Get Adobe Flash player
Home
User Rating: / 2
แย่ดีที่สุด 

b_300X0_300X0_16777215_0___images_stories_jatupong.jpgแผนชุมชน
นายจารุพงศ์ พลเดช
รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน

หากมีผู้เอ่ยขึ้นว่า “ แผนชุมชน” “แผนชีวิตชุมชน” “แผนแม่บทชุมชน”
“แผนหมู่บ้าน/ชุมชนพึ่งตนเอง” “แผนชุมชนแบบมีส่วนร่วม” คำกล่าวเหล่านั้น คง
สร้างความสงสัยให้แก่ผู้รับฟัง ไม่มากก็น้อยว่า แผนที่ว่าเหล่านั้นคือแผนอะไรกันแน่
แล้วจะทำอย่างไรกันดี มีความเหมือนและความต่างกันอย่างไร มาเถอะครับนั่งลง ผมจะเล่าให้ฟัง

ความเชื่อพื้นฐาน
“.....จะมีชื่อเรียกว่าอย่างไรก็แล้วแต่ แต่หากว่ากระบวนการของการ

ดำเนินการไปในทิศทางเดียวกัน นั้นแหละใช่เลย.....”“การทำให้ชุมชนเข้มแข็ง ไม่สามารถทำได้โดยการสร้างจาก
บุคคลภายนอกชุมชน” หรือทำโดยการสอน การฝึกอบรม ชุมชนที่เข้มแข็งจะมี
กระบวนการในการจัดการของชุมชน มีการเรียนรู้ร่วมกัน มีกิจกรรมเพิ่มคุณค่าทาง
สังคมและเศรษฐกิจของคนในชุมชน ภายใต้ระบบความสัมพันธ์ระหว่างคนในชุมชน
เป็นเครือข่ายชุมชน และมีการขยายพันธมิตรออกไปนอกชุมชนในลักษณะสร้าง
ความสัมพันธ์” ดังนั้นทุกชุมชนจึงต้องร่วมกัน “สร้างพลังชุมชน และใช้พลังชุมชน ใน
การพัฒนาชุมชน”
แผนชุมชน คือ
• แผนที่ในชุมชนร่วมคิด ร่วมกันกำหนดเพื่อวางเป้าหมายในการพัฒนา -
ชุมชนท้องถิ่นของตนเอง โดยใช้ข้อมูลเป็นฐาน
• แผนที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของคนในชุมชนโดยตรง
• แผนงานหรือกิจกรรมทางเลือกที่เกี่ยวกับการพัฒนาและแก้ไขปัญหาของ
คนในชุมชน
• กิจกรรมหรือแผนงานที่คนในชุมชนช่วยกันคิด เพื่อทำให้อนาคตของคน
ในชุมชนเป็นไปอย่างที่หวังไว้

กรมการพัฒนาชุมชน ได้ให้คำจำกัดความของแผนชุมชน ในคู่มือการ
จัดเก็บข้อมูล กชช.2 ค (ปี 2550 – 2554)ไว้ดังนี้
“แผนชุมชน” หมายถึง การกำหนดอนาคตและกิจกรรมพัฒนาของชุมชน
โดยเกิดขึ้นจากคนในชุมชนที่มีการรวมตัวกันจัดทำแผนขึ้นมา เพื่อใช้เป็นแนวทางใน
การพัฒนาชุมชนหรือท้องถิ่นของตนเอง ให้เป็นไปตามที่ต้องการ และสามารถแก้ปัญหา
ที่ชุมชนเผชิญอยู่ร่วมกัน โดยคนในชุมชนมีส่วนร่วมคิด ร่วมกำหนดแนวทาง และทำ
กิจรรมการพัฒนาร่วมกัน โดยยึดหลักการพึ่งตนเอง ลดการพึ่งพิงภายนอก ด้วยการ
คำนึงถึงศักยภาพ ทรัพยากร ภูมิปัญญา วิถีชีวิต วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น
เป็นหลัก จึงกล่าวได้ว่า “แผนชุมชน เป็นของชุมชน ดำเนินการโดยชุมชนและเพื่อ
ประโยชน์”ของชุมชน ซึ่งแตกต่างจากแผนที่ภาครัฐจัดทำขึ้นเพื่อจัดสรรงบประมาณเป็นหลัก
โครงการบูรณาการแผนชุมชน เพื่อความเข้มแข็งของชุมชน ซึ่งเป็นการ-
ทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงาน อาทิ สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
กรมการพัฒนาชุมชน การส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ธนาคารเพื่อการเกษตรและ
สหกรณ์การเกษตร สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ได้ให้ความหมายของแผนชุมชน และ
การบูรณาการแผนชุมชนไว้ว่า
“แผนชุมชน” หมายถึง กิจกรรมพัฒนาที่เกิดขึ้นจากคนในชุมชนที่มีการ
รวมตัวกันเพื่อจัดทำแผนขึ้นมาใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาชุมชนหรือท้องถิ่นของ
ตนเอง ให้เป็นไปตามความต้องการและสามารถแก้ไขปัญหาที่ชุมชนเผชิญอยู่ร่วมกันได้
โดยคนในชุมชนได้มาร่วมกันคิด ร่วมกำหนดแนวทาง และกิจกรรมการพัฒนาของ
ชุมชน โดยยึดหลักการพึ่งตนเอง ลดการพึ่งพิงภายนอก ด้วยการคำนึงถึงศักยภาพ
ทรัพยากร ภูมิปัญญา วิถีชีวิต วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นเป็นหลัก
“การบูรณาการแผนชุมชน” หมายถึง วิถีการร่วมมือกันทำงานของ
หน่วยงานสนับสนุนการพัฒนาภายนอกชุมชนทุกภาคส่วน โดยยึดหลักการใช้พื้นที่เป็น
ตัวตั้ง ชุมชนเป็นศูนย์กลาง ชาวบ้านเป็นเจ้าของเรื่องโดยใช้กระบวนการจัดทำแผน
ชุมชนเป็นเครื่องมือดำเนินกิจกรรมพัฒนาให้เป็นไปตามความต้องการของชุมชน

มากกว่าวัตถุประสงค์ของหน่วยสนับสนุน การบูรณาการ มีทั้งบูรณการด้านกลไก
บุคลากร กระบวนการและเครื่องมือ แผนงาน และงบประมาณ
กระบวนการชุมชน คืออะไร
กระบวนการชุมชน คือ พฤติกรรมหรือการกระทำร่วมกันของคนในชุมชน
ที่มาร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูล สถานการณ์ของชุมชน แล้วนำมาร่วมกันตัดสินใจวางแผน
ดำเนินการ ร่วมกันรับผลประโยชน์ และร่วมกันติดตามประเมินผลการกระทำกิจกรรม
ของชุมชนร่วมกัน
วิเคราะห์ชุมชน
ติดตามประเมินผล ตัดสินใจ
พฤติกรรมการกระทำ
ร่วมกันของคนในชุมชน
แบ่งปันผลประโยชน์ ดำเนินการ
ทำแผนชุมชนแล้วได้ประโยชน์อะไร
ประโยชน์ 10 ประการที่เกิดกับชุมชนอย่างแน่นอน คือ
1. คนในชุมชนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน
2. คนในชุมชนได้เห็นข้อเด่น ข้อดี โอกาส และข้อจำกัดของชุมชน
ในการพัฒนาอย่างมีเป้าหมาย
3. คนในชุมชนมีช่องทางในการแก้ไขปัญหาของชุมชนได้อย่าง
เหมาะสมและครอบคลุม

4. คนในชุมชนสามารถกำหนดกิจกรรมที่ตอบสนองความต้องการ
ของชุมชนได้
5. ทำให้คนในชุมชนสามารถคิดเป็นและกล้าที่จะตัดสินใจด้วย
ตนเองได้
6. ชุมชนสามารถวางแผนจัดการกับทรัพยากรหรือทุนชุมชน ทั้งทุน
บุคคลและทุนสังคมที่มีอยู่ได้อย่างเหมาะสมสอดคล้องกับสภาพชุมชน
7. คนในชุมชนสามารถรับผลประโยชน์ร่วมกันได้อย่างทั่วถึงและ
เท่าเทียมกัน
8. ความร่วมมือกันของคนในชุมชนจะก่อให้เกิดทัศนคติที่ดี
เอื้ออาทรต่อกันได้
9. ปลูกฝังทัศนคติ ค่านิยมที่ดีให้กับลูกหลาน
10. สามารถหาแนวร่วมกันในการทำงานเพื่อพัฒนาชุมชนท้องถิ่นของ
ตนเองได้อย่างง่ายดาย
จะเริ่มต้นอย่างไรในการทำงาน “แผนชุมชน”
จุดเริ่มต้นง่ายๆคือ
ชุมชน(อาจจะเป็นแกนนำชุมชนหรือสมาชิกในชุมชนคนอื่นๆก็
ได้ไปโดยจะต้องตรวจสอบดูก่อนว่า “ชุมชนมีแผนอยู่แล้วหรือไม่”
มีแผนอยู่แล้ว
ต้องใช้กระบวนการชุมชนในการทบทวนดูว่า
1.แผนที่มีอยู่นั้นเกี่ยวข้องกับเรื่องอะไรบ้าง
2.แผนที่มีอยู่แล้วแก้ไขปัญหาของชุมชนได้ครอบคลุมหรือยัง
3.จะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอย่างไรให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ใน
ปัจจุบันและต้องใช้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติม

ยังไม่มีแผนอยู่เลย
1. ชุมชนอาจต้องใช้กระบวนชุมชนในการจัดการ ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาหรือ
ขั้นตอนมากกว่าชุมชนที่ได้ทำแผนไว้แล้ว
2.แกนนำชุมชนอาจเริ่มต้นพูดคุยเพื่อร่วมกันสำรวจ วิเคราะห์ข้อมูล ดูความ
พร้อมของชุมชนและตรวจสอบดูว่าคนในชุมชนคิดอย่างไร เห็นความสำคัญและมีความ
ต้องการที่จะทำแผนชุมชนหรือไม่ จะทำอย่างไร ใครจะช่วยสนับสนุนได้บ้าน และเมื่อ
ได้ข้อสรุปแล้วก็เริ่มต้นดำเนินการได้เลย
ขั้นตอนในการทำแผนชุมชน
“บุคคล” ที่เกี่ยวข้องในเบื้องต้นในการทำแผนชุมชน คือ”ผู้นำชุมชน” เพราะ
จะต้องเป็น”ผู้ริเริ่มก่อการดี”และสร้าง”การมีส่วนร่วมกับคนในชุมชน”
เตรียมความพร้อมบุคคล
1.1 ทีมงานผู้ส่งเสริมภายในชุมชน
1.2 ทีมงานผู้ส่งเสริมภายนอกชุมชน หรือเป็นผู้ส่งเสริมกระบวนการแกนนำ
ชุมชนขับเคลื่อนการทำงานแผนชุมชน โดยการสรรหาแกนนำ พัฒนาศักยภาพแกนนำ
ประชุมวางแนวทาง
เตรียมความพร้อมข้อมูลและพื้นที่
“ข้อมูล” ได้แก่ จปฐ.กชช.2ค. ข้อมูลสภาพชุมชน อื่นๆ ที่อยู่ในชุมชนด้านต่างๆ
เช่นการเกษตร สาธารณสุข เศรษฐกิจ สังคม การเมือง ฯลฯ
หรือชุมชนอาจจะจัดทำชุดข้อมูลของชุมชนที่ชุมชนต้องการขึ้นมาก็ได้ เช่น การจัดทำ
ข้อมูลรายรับ-รายจ่ายของครัวเรือน เพื่อนำมาวิเคราะห์ร่วมกัน เป็นต้น
“พื้นที่” มีความพร้อมในด้านใดด้านหนึ่ง เช่น ทุนทางสังคม เช่น บุคคล ภูมิปัญญา
พฤติกรรม และความสัมพันธ์ของคนเป็นอย่างไร มีทุนทางเศรษฐกิจ เช่นทรัพยากร
การประกอบอาชีพ ทุนของชุมชนเป็นอย่างไร เอื้อต่อการวางแผนของชุมชนอย่างไร

ดำเนินการจัดทำแผน
ใช้เวทีประชาคมประชุมแกนนำเพื่อวางแนวทาง จุดประกายความคิด สร้างความ
มั่นใจ และดำเนินการใช้กระบวนการชุมชนในการจัดทำแผน โดย
1. จัดเวทีทบทวนแผน(ในกรณีที่ชุมชนมีแผนอยู่แล้ว)
2. แกนนำชุมชนและสมาชิกสำรวจและจัดเก็บข้อมูลเพิ่มเติม
3. แกนนำชุมชนจัดเวทีประชาคมหมู่บ้านวิเคราะห์ข้อมูล ระบุปัญหา สาเหตุ
กำหนดแนวทางหรือทางเลือกในการแก้ไขปัญหาหรือกำหนดแนวทางการ
พัฒนา
4. ทัศนศึกษาเรียนรู้จากชุมชนที่มีประสบการณ์ในการพัฒนาที่เข้มแข็ง เพื่อศึกษา
พฤติกรรมของคนในชุมชนและคุณสมบัติของกรรมการบริหาร กระบวนการทำงาน การ
แก้ไขปัญหา รวมถึงกิจกรรมที่สามารถเป็นแบบอย่างได้
5. แกนนำชุมชนจัดเวทีทำแผน โดยความร่วมมือของสมาชิกในชุมชน โดยยึด
หลักการมีส่วนร่วมการเรียนรู้และการพึ่งตนเองเป็นสำคัญ โดยกำหนดเป็นกิจกรรมที่
สามารถดำเนินการได้เอง และกิจกรรมที่ต้องประสานความร่วมมือกับภาคีการพัฒนา
ท้องถิ่น อำเภอ จังหวัด อื่นๆ
นำแผนชุมชนที่ได้ไปดำเนินกิจกรรมพัฒนาชุมชน
แนวทางง่ายๆในการนำแผนชุมชนไปใช้ให้เกิดประโยชน์
1. ชุมชนร่วมมือกันดำเนินการเอง
2. ประสานภาคีการพัฒนาทุกหน่วยงาน
3. ประสานแผนชุมชนกับแผนระดับตำบล ท้องถิ่น อำเภอ และจังหวัด
4. ดำเนินกิจกรรมเพื่อพัฒนาชุมชน

ติดตาม สรุปบทเรียนและเผยแพร่ผลการทำงาน ประกาศผลความสำเร็จในการ
ทำงานของคนในชุมชน
กระบวนการจัดทำแผน
กระบวนการที่ยากที่สุดในกระบวนการจัดทำแผนชุมชน คือ การทำให้ ประชาชน เข้ามา
มีส่วนร่วม ลองเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างชุมชนเมืองกับชนบท จะพบว่า
ชุมชนเมือง ชนบท
วิถีชีวิต
1.ต่างคนต่างอยู่
2.ไม่ค่อยจะรู้ที่มาของ
ชุมชน
1. รู้จักกันหมด
2. มีประวัติศาสตร์ชัดเจน
ปัญหา
1. เรื่องการทำมาหากิน
2. ที่อยู่อาศัย
3. อาชญากรรม
1. อาชีพภาคเกษตรกรรม
2.ทรัพยากรธรรมชาติถูก
ทำลาย
3.การถูกรุกรานจากทุนสมัย
(หนี้สิน)หลากหลาย
ทุนสนับสนุน
1.มีหน่วยงานดูแลที่ชัดเจน
เช่นเทศบาล/เขต(กทม)
1.หน่วยงานแต่มักจะผ่าน
กลุ่มผู้นำที่หน่วยงานสร้าง
ดังนั้น กระบวนของการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนในเขตเมือง
อาจต้องใช้เวลามากกว่าในชุมชนชนบท โดยการทำให้คนในชุมชนรู้สึกว่าเป็นอันหนึ่ง
อันเดียวกัน คือ ต่างคนต่างมารวมกันอยู่ ณ ชุมชน นั้นได้อย่างไร นั่นคือ การค้นพบ
ประวัติศาสตร์ของชุมชน อาจเริ่มจากเวทีเล็กๆ โดยแกนนำลองสืบหาดูว่าใครเป็นคน
แรกๆ ที่มาตั้งรกราก หรือเชิญผู้เฒ่า มาเล่าให้คนรุ่นหลัง ฟังในเวทีวันสงกรานต์หรืองาน
บุญที่ชุมชนร่วมกันจัด แล้วจัดทำผังเครือญาติขึ้น แสดงไว้ที่ที่เป็นศูนย์กลางของชุมชน
เวทีประวัติศาสตร์อาจทำต่อเนื่องกันหลายครั้งให้คนหลากหลายวัยได้มาพบปะพูดคุยกัน
ก่อน เมื่อพบกันบ่อยๆความรู้สึกเป็นญาติมิตรก็จะเกิดขึ้น ช่วงนี้เองแกนนำก็ต้องแบ่ง

บทบาทหน้าที่ของทีม แกนนำว่าใครจะทำหน้าที่อะไรในเวทีใครจะเป็นคนถามนำ ใคร
จะเป็นคนกระตุ้นให้ชาวบ้านแสดงความคิดเห็น จากสภาพที่เป็นอยู่คิดว่ามีปัญหาเรื่อง
อะไรหนักหนาสาหัสขนาดไหนจะรู้ได้อย่างไร ลองเก็บข้อมูลกันอย่างไรฯลฯ เวทีต่อไป
ก็จะไหลลื่นไปได้ด้วยดี
ชุมชนในเมือง ค่อนข้างจะได้เปรียบชุมชนในชนบทในเรื่องของ
ทุนสนับสนุน ในการจัดการประชุม แต่อย่าลืมว่า หลักการสำคัญของแผนชุมชน คือ การ
ฟังตนเอง เวลาคิดอะไร อย่างใช้เงินเป็นตัวตั้ง แต่ให้ใช้เงินเป็นเครื่องมือในการ
สนับสนุนการทำงาน การคิดที่เริ่มต้นจากการใช้เงินจะทำให้คนมองเห็นแต่ประโยชน์ที่
ตนจะได้รับ มองข้ามประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นในชุมชน ทำให้ชุมชนขาดพลัง ชุมชนที่ขาด
พลัง ย่อมไม่มีตัวตนใครจะมาทำอะไรก็ได้เพราะต่างคนต่างอยู่
หน้าตาแผนชุมชน
เมื่อชุมชนได้แผนชุมชนเรียบร้อยแล้วจะมีหน้าตาอย่างไร
จุดนี้เป็นจุดที่แตกต่างกัน บางชุมชนอาจจะหนักไปในเรื่องการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม
และลดมลพิษ เนื่องจากชุมชนอยู่ใกล้โรงงานใกล้แม่น้ำที่เต็มไปด้วยขยะ น้ำเน่า ที่ชุมชน
บ้านนาอีสาน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ชุมชนที่นี้เป็นคนอีสานที่อพยพมาอยู่ใน
บริเวณที่เป็นป่าค่อนข้างจะเสื่อโทรมและวิถีชีวิตเดิมของคนอีสานคือพึ่งพิงธรรมชาติ
การมาอยู่ร่วมกันและต้องอาศัยการทำมาหากินกับป่าทำให้ เขาพบว่าถ้าป่าหมดเขาคงไม่
มีที่อยู่อาศัย จากการพูดคุยหาทางแก้ไขในหลายๆเวที จนได้มาจัดทำแผนของหมู่บ้าน ทำ
ให้เขากำหนดเป็นกฎของชุมชนร่วมกัน ในการปลูกป่า เมื่อมีลูกหลานต้องปลูก 10 ต้น
เพื่อที่ว่า เมื่อลูกโตจะต้องใช้เงินในการบวช/แต่งงาน เหล่านี้เป็นต้น และมีการดูแล
ร่วมกันทำให้ปัจจุบัน ป่านี้ขยายตัวออกเป็นพันไร่ และเริ่มมีสภาพที่อุดมสมบูรณ์
กลายเป็นวิถีของชุมชนพึ่งตนเองได้ สิ่งเหล่านี้เป็นกิจกรรมที่คนในชุมชนทำเอาไว้ โดย
อาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานบ้างในเรื่องพาหนะนักวิชาการหรือพันธุ์กล้าไม้ การ
ทำนุบำรุง

ตัวอย่างที่ยกมาให้ฟังจะเห็นว่าแผนชุมชนของ บ้านนาอีสานเป็นที่
เกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หากจริงๆแล้วป่าคือเศรษฐกิจ
ของชุมชน
การยกระดับคุณภาพแผนชุมชน
จากเกณฑ์การประเมินตัวชี้วัดหลัก 4 ตัวชี้วัด คือ (1) การใช้ข้อมูลบัญชี
รับ-จ่ายครัวเรือน ร่วมในการวิเคราะห์และจัดทำแผนร้อยละ 70 ขึ้นไป (2) ตัวแทน
ครัวเรือนในหมู่บ้านเข้าร่วมเวทีประชาคมจัดทำแผนชุมชน ร้อยละ 70 ขึ้นไป (3) การมี
ส่วนร่วมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดทำแผนตั้งแต่ต้น และ(4) การมีแผน
ชุมชนเป็นลายลักษณ์อักษร การยกระดับคุณภาพแผนตามเกณฑ์ชี้วัดนี้ ทำได้โดยสร้าง
ความเข้าใจให้คนในชุมชนตระหนักถึงความสำคัญของการจัดทำแผนชุมชนโดยการมี
ส่วนร่วมของทุกส่วนในชุมชนและการกระตุ้นให้คนในชุมชนเห็นความสำคัญว่าแต่ละ
ตัวชี้วัดที่กำหนดขึ้นเมื่อทำตามนี้แล้ว จะได้แผนชุมชนมีคุณภาพดี ซึ่งจะส่งผลในการ
นำไปใช้เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนาชุมชน มิใช่เพื่อให้ผ่านเกณฑ์ที่ทางราชการกำหนด
เท่านั้น หากพิจารณาคุณค่าของตัวชี้วัดทั้ง 4 ตัวชี้วัด จะเห็นว่า
ตัวชี้วัดที่ 1 การใช้ข้อมูลบัญชีรับ – จ่ายครัวเรือน ร่วมในการวิเคราะห์และจัดทำ
แผนร้อยละ 70 ขึ้นไปเป็นการให้ความสำคัญกับข้อมูลชั้นต้น ที่คนในชุมชนอาจจะ
ละเลยไป ทั้งข้อมูลรับ – จ่ายของครัวเรือน ข้อมูลหนี้สิ้นของครัวเรือน ซึ่งทุกคนทุก
ครอบครัวเก็บขึ้น เป็นข้อมูลที่ชุมชนสามารถเชื่อถือได้เนื่องจากชาวบ้านเก็บขึ้นเองตาม
แบบฟอร์มอย่าง่ายๆ ที่หน่วยงานสนับสนุน หรือชุมชนจะคิดแบบฟอร์มขึ้นมาเองก็ได้
จะเห็นได้ว่ามีตัวอย่างมากมายที่ชุมชนอื่นๆ ที่เมื่อชาวบ้านเห็นข้อมูลรับ – จ่ายของ
ครัวเรือน ได้เห็นข้อมูลหนี้สินของครัวเรือนมารวมกันเป็นรายจ่ายของชุมชน หนี้สินของ
ชุมชน ก็จะตระหนักถึงวิถีความเป็นไปของหมู่บ้าน นำไปสู่วางแผน/หาแนวทางในการ
แก้ปัญหา/พัฒนาหมู่บ้านกันอย่างไร นำไปสู่การจัดทำแผนชุมชนที่มาจากการมีส่วนร่วม
ของคนในชุมชนอย่างแท้จริง
ตัวชี้วัดที่ 2 ตัวแทนครัวเรือนในหมู่บ้านเข้าร่วมเวทีประชาคมการจัดทำแผน
ชุมชน ร้อยละ 70 ขึ้นไป แผนชุมชนเป็นการรวมเอาแผนชีวิตของคนในหมู่บ้าน และ

รวมถึงสิงที่คนในหมู่บ้านมองภาพร่วมกันในการแก้ปัญหา/พัฒนาหมู่บ้าน จึงต้องมุ่งเน้น
การมีส่วนร่วมของคนในหมู่บ้านให้มากที่สุด เพื่อให้เกิดการยอมรับว่าเป็นแผนของ
ชุมชนทุกคนทุกส่วนในชุมชน ซึ่งจะส่งผลต่อความร่วมมือร่วมใจในการนำแผนชุมชน
ไปปฏิบัติในอนาคต
ตัวชี้วัดที่ 3 การมีส่วนร่วมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดทำแผน
ตั้งแต่ต้น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คือ หน่วยงานภาครัฐที่ใกล้ชิดชุมชนมากที่สุด
มีพร้อมทั้งงบประมาณและบุคลากรที่จะสนับสนุนหมู่บ้าน/ชุมชน สิ่งที่สำคัญ คือ
การ- บรูณาการแผนชุมชน และแผนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เป็นไปใน
แนวทางเดียวกัน เพราะฉะนั้นจึงมุ่งหมายให้ตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามามี
ส่วนร่วม ตั้งแต่ต้นในการจัดทำแผน ซึ่งส่วนใหญ่คือสมาชิก อบต.ของหมู่บ้านนั้นๆ ได้
เห็นกระบวนการของแผนชุมชนทั้งหมด
ตัวชี้วัดที่ 4 การมีแผนชุมชนเป็นลายลักษณ์อักษร เป็นเพื่อประโยชน์ในการ
อ้างอิง ในการพูดคุยกันเพื่อปรับแผน หรือเพื่อการประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
และหน่วยงาน/ภาคีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ในการเข้ามาสนับสนุนการทำกิจกรรมตามแผน
ร่วมกับชุมชน
กระบวนการในการจัดทำแผนชุมชนเป็นกระบวนการที่ต้องทำอย่าง
ต่อเนื่อง การทำแผนชุมชนไม่ใช่ทำครั้งเดียวแล้วถือว่าเสร็จ แต่ชุมชนต้องเรียนรู้ในการ
นำแผนไปปฏิบัติ และประเมินผลการการปฏิบัติงานตามกิจกรรมที่มีอยู่ในแผน แล้ว
ย้อนกลับมาทบทวนปรับแผนชุมชน ซึ่งจะต้องทำซ้ำแล้วซ้ำอีกจนกว่าจะสามารถใช้แผน
ชุมชนเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการการพัฒนาหรือการแก้ไขปัญหาของชุมชนได้
เป็นอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น การปรับปรุง/พัฒนา/ยกระดับแผนชุมชนจึงเกิดขึ้นได้
ตลอดเวลา สอดแทรกไปกับการปรับแผนชุมชนตามสถานการณ์ของชุมชน
บันทึกความทรงจำ
9 เมษายน 2550


เพิ่มคอมเมนต์ใหม่


รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช